ทักษะทางการตลาดออนไลน์ ที่นักการตลาดต้องมี

ทักษะทางการตลาดออนไลน์ ที่นักการตลาดต้องมี

pereicw No Comments

นักการตลาดออนไลน์จะต้องมีทักษะอะไรบ้าง แล้วทักษะไหนที่สำคัญ ทักษะไหนต้องเรียนรู้และพัฒนา เรามาลองดูกัน

1 ต้องเป็นนักค้นคว้า

เพราะการค้นคว้าคือพื้นฐานสำคัญของการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดทั้งหมด ไม่ใช่แค่เพราะมันสำคัญแค่ใช้ในการค้นหาหรืออัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ แต่การค้นคว้ายังจะช่วยให้คุณสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งวิเคราะห์คู่แข่งทางกการตลาดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย การเข้าถึงข้อมูลมีความสำคัญ และการรู้ว่าจะใช้มันยังไงคือสำคัญยิ่งกว่า เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของกิจกรรมทางการตลาดเลยทีเดียว

2 ทักษะการเขียน

หากคุณอยู่ในสายงาน Content marketing คุณคงจะรู้อยู่แล้วว่า การตลาดที่ต้องแข่งขันกันด้วยบทความนั้น มันยากลำบากและต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพมากขนาดไหน ในเว็บไซต์ของคุณจะต้องมีบทความเฉพาะด้านที่น่าสนใจ มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญ ยังจะต้องเป็นบทความที่ช่วยส่งเสริมแบรนด์ของคุณให้มีความน่าเชื่อถือมากอีกด้วย แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้น ทักษะการเขียนที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนกลยุทธ์ แผนการทางการตลาด ได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น

3 การจัดการทีมงาน

นอกเสียจากว่า คุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์ด้วยตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว คุณก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานอยู่ดี ทักษะที่จำเป็นอีกอย่างก็คือ การสื่อสารและการบริหารจัดการทีมงาน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต้องมี คุณจะไม่มีทางนำแผนการตลาด ไปใช้ได้อย่างราบรื่นได้เลย หากไม่มีทีมงานช่วยกันผลักดัน และการสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบแบบแผนนี้ ก็ทำให้แผนงานที่ดีมากพังเละเทะมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

4 จัดการลูกค้า

ทักษะในการจัดการลูกค้านี้มีความจำเป็นมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณเป็นผู้ทำการตลาดให้กับลูกค้าหลายราย คุณจะต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า พร้อมไปกับความเป็นไปได้รวมทั้งศักยภาพของทีมงานคุณ การพยายามให้ผลงานออกมาดีที่สุด โดยไม่ต้องกดดันทีมงาน รวมถึงไปขัดแย้งกับลูกค้า เป็นสิ่งที่ควรคาดหวังและปฏิบัติให้สำเร็จ ถ้าคุณมีเทคนิคหรือทักษะด้านนี้ที่แข็งแกร่ง ความสัมพันธ์อันดีภายในทีมก็จะแน่นแฟ้น รวมทั้งลูกค้าก็จะประทับใจใช้บริการคุณอย่างต่อเนื่อง

5 ต้องปรับตัวให้เร็ว

ยุคดิจิตอลที่อะไรมาเร็วไปเร็วแบบวันนี้ ใครเรียนรู้ช้า ใครตกเทรนด์ ก็จะค่อย ๆ เหี่ยวและตายไปในที่สุด ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม ทักษะสำคัญของนักการตลาดออนไลน์ ก็คือจะต้องปรับตัวได้เร็ว วิธีไหนใช้ไม่ได้ผลก็เลิกทำไป เทคนิคใหม่ มีอะไรน่าสนใจก็ต้องแบ่งเวลามาเรียนรู้ ไม่ใช่นอนยิ้มกับความสำเร็จที่เคยได้เพียงอย่างเดียว เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว คุณก็จะเป็นฝ่ายแพ้ในเกมกระดานนี้อย่างแน่นอน

เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2019 ที่ควรรู้

pereicw No Comments

การตลาดออนไลน์มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2018 มีการเติบโตมากถึงกว่า 30% ซึ่งคาดว่าในปี 2019 นี้ แนวโน้มการเติบโตอาจจะเพิ่มสูงกว่า 40% ก็เป็นได้ จะมีเทรนด์การตลาดออนไลน์อะไรบ้างที่น่าสนใจ และเจ้าของกิจการควรจะทราบไว้ เพื่อเป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์ในถูกต้องและใช้เม็ดเงินในการโฆษณาอย่างคุ้มค่าที่สุด

1 อย่าลืมให้ความสำคัญกับออฟไลน์

ต้องอย่าลืมให้ความสำคัญ แบ่งกันอย่างชัดเจนระหว่างออนไลน์ และออฟไลน์ ถึงแม้ออนไลน์จะโตมาก แต่ก็ไม่สามารถโฟกัสอันใดอันหนึ่งอย่างเดียว เพราะว่าผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้า มีการเปิดรับฟังจากทั้งสองสื่อไม่ต่างกัน อีกทั้งสื่อออนไลน์ที่เคยจับกลุ่มเป้าหมายได้ ในราคาไม่แพง ยิงตรงกลุ่มเป้าหมายแบบสบาย แต่ด้วยการแข่งขันในสื่ออนไลน์ตอนนี้สูงขึ้น ราคาก็สูงขึ้นมาก ดังนั้นออฟไลน์จึงยังต้องให้ความสำคัญอยู่ และมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

2 ตามเกมของ Facebook

ในปี 2018 Facebook ก็ปรับโน่นปรับนี่เยอะแยะมากมาย มีปัญหาและข่าวไม่ดีในเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ เรื่องอัลกอลิธึ่ม ที่สำคัญคือพี่มาร์คแกอยากเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน ไม่ค่อยแคร์ผู้ใช้ ยิ่งคนลงโฆษณาอย่างเราแล้ว เรียกว่าโคตรปวดหัว Faccebook ลด Rech ทีก็ลูกค้าหายที แล้วจะต้องปรับตัวอย่างไร แต่ว่า ความสำคัญก็คือเรายังต้องหากินกับ Facebook อยู่วันยังค่ำ ในเมื่อประชากรหรือฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ใน Facebook แล้วจะให้เรามานั่งคร่ำครวญก็คงไม่ได้อะไร ดังนั้นก็ต้องปรับตัวตามมันไปเรื่อย จนกว่าแนวโน้มทุกอย่างจะเปลี่ยนไปนั่นเอง

3 Influencer สำคัญมาก

มีการคาดการณ์ว่า Influencer โดยเฉพาะ Micro Influencer หรือกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่มีคนติดตามอยู่ในช่วยประมาณ 500-1000 คน จะมีอิทธิพลต่อแบรนด์ต่าง ๆ สูงขึ้นมาก
โดยเฉพาะ Influencer ที่มีความสามารถเฉพาะทางเป็นพิเศษ เรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้น ก็จะเป็นที่จับตามองมากขึ้น และนอกจากนี้ ในแบรนด์ใหญ่ตอนนี้ก็เริ่มให้ความสำคัญกับ Influencer ตัวเป้งอีกครั้ง ซึ่งบอกเลยว่า ปีนี้ ใครได้ Influencer ที่ตอบโจทย์ของแบรนด์คุณได้ ก็มีชัยไปกว่าครึ่งเลยล่ะ

3 เทคนิคการตลาดออนไลน์ ที่ควรรู้

pereicw No Comments


การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นสูงของการตลาดยุคดิจิตอล ท้ายที่สุดแล้วการแข่งขันทั้งหมดไม่ใช่กับการแข่งกับคู่แข่งแต่อย่างใด แต่เป็นการแข่งกับความรู้ความสามารถของตนเอง เพราะถึงแม้ทุกคนจะเข้ามาเล่นอยู่ในตลาดเดียวกันหมด แต่คนที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริงเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จได้

การตลาดออนไลน์ มีความใกล้เคียงกับการตลาดในสมัยดั้งเดิมอยู่บ้าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนก็คือ “คนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นลูกค้า” เราไม่จำเป็นต้องรู้จักกับเขา เขาไม่จำเป็นต้องรู้จักกับเรา แต่ก็กลายเป็นลูกค้า-แม่ค้ากันได้แบบแปลกประหลาดใจ ที่สำคัญการเปลี่ยนให้คนแปลกหน้า กลายเป็นลูกค้าประจำได้นั้น ที่เรียกว่าเป็นที่สุดแห่งการทำการตลาดออนไลน์ในปี 2019 นี้เลยก็ว่าได้

Awareness สร้างการรับรู้

ข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์ ก็คือความสามารถในส่วนของการ ‘สร้างการรับรู้’ หรือ Awareness โดยใช้งบประมาณในการเริ่มต้นที่ต่ำนั่นเอง เราสามารถวัดผลของการทำการตลาดได้เร็วและสะดวกกว่าแต่ว่าก็มีข้อเสียคือ บนโลกออนไลน์ ที่มีสื่ออยู่เป็นจำนวนมาก และต่างแข่งขันกันอย่างรุนแรง ซึ่งจุดหมายก็เพื่อให้เสียงของตน เข้าถึงการรับรู้ของกลุ่มลูกค้าที่พุ่งเป้าหมายนี้เอง ทำให้ถเ่แบรนด์ของคุณยังไม่เป็นที่รู้จักอยู่ก่อนแล้ว หากการตลาดออนไลน์ของคุณ ทำแบบผิดวิธี ไม่ได้ทำเพื่อสร้างการรับรู้อย่างมีประสิทธภาพแล้วด้วย มันก็เปรียบเสมือนกับธุรกิจของคุณไม่ได้มีตัวตนบนโลกออนไลน์เลยด้วยซ้ำ
สรุปก็คือ ในขั้นตอนแรกที่จำเป็นต้องทำคือ การสื่อสารให้กลุ่มเป้าหมายของคุณนั้น ได้รับรู้ถึงข้อดีของสินค้าหรือแบรนด์ ให้เขารู้ว่าทำไมต้องใช้แบรนด์ของคุณ

หา Influencers ที่ดี

ผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้า มักจะให้ความสำคัญกับคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่นๆ รวมถึงครอบครัว คนรู้จัก มากกว่าเชื่อในสิ่งที่แบรนด์ของเรากำลังประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาออกไป เช่น ถ้ามีเพื่อน คนรู้จัก หรือมีคนมีชื่อเสียง ดารา เน็ทไอดอล ที่ติดตามอยู่ บอกว่าสินค้าตัวนี้ดี ลูกค้าก็จะให้ความเชื่อถือมากกว่าที่แบรนด์ออกมาบอก

ดังนั้น ในการลงทุนทำการตลาดออนไลน์ ถ้าเราต้องการให้แคมเปญที่กำหนดไว้ หรือต้องการให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงควรให้ความสำคัญกับ Influencers ที่ทำการรีเสิร์ชแล้วว่ามีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมายของเราจริง ๆ เช่นกลุ่มเป้าหมายเป็นชายวัย 20-30 ก็ควรเลือกคนถ่ายทอดเป็นคนวัยใกล้เคียงกับพวกเขา มีคนติดตามอยู่บ้าง ให้เป็นคนถ่ายทอดข้อความ ที่เราต้องการจะสื่อออกไป ซึ่งทั้งนี้จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือไม่ก็ได้ เนื่องจากมีปัจจัยในเรื่องงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

การบริการต้องประทับใจ

ถึงแม้ว่าคุณจะมีเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์ที่ดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน แต่ถ้าการบริการของคุณไม่ได้ปรับปรุง หรือให้บริการแย่ ลูกค้าก็เมินเราอยู่ดี นอกจากนี้ยังทำให้ลูกค้าเก่า ไม่ได้อยากกลับมาซื้อซ้ำดีไม่ดี ก็เอาประสบการณ์แย่ๆ ที่ได้รับออกไปบอกต่อด้วย

รู้ไหมว่า ตามสถิติแล้ว ยอดขายของพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ มาจากลูกค้าเก่ามากถึง 60-70% ดังนั้นเมื่อคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าแล้ว สิ่งสำคัญก็คือพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าของคุณให้แน่นหนาให้มากที่สุด เรียกว่าอย่าปล่อยให้พวกเขาหลุดไปได้เลย

การที่เราให้บริการตอบคำถามพูดคุยกับลูกค้าให้เกิดความสบายใจ รวมถึงมีบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม ก็มีโอกาส ที่ลูกค้าจะบอกต่อแบรนด์ของเราออกไปด้วย ซึ่งจะทำให้เราได้ยอดเพิ่มขึ้นจากทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเก่า โดยไม่ต้องลงทุนโฆษณาอะไรเพิ่มเลยด้วยซ้ำไป

เทคนิคการหยุดนิ้วโป้งลูกค้า

pereicw No Comments

ปัจจุบันโฆษณาเต็มไปทั่วระบบอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเปิดวีดีโอดู เปิด Facebook ดู จะอ่านข่าวก็ยังมีโฆษณามาคั่น ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำการตลาดออนไลน์ ในรูปแบบไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการหยุดนิ้วโป้งลูกค้า ไม่ให้สไลด์ผ่านโฆษณาของคุณ หรือผ่านข้อความที่คุณทำไว้ในเว็บไซต์ ไปได้แบบง่ายๆ เรียกว่าจะทำยังไงให้หยุดสายตาคนให้หยุดกับโฆษณาของคุณ หรือหยุดกับคำโปรยเพียงไม่กี่สิบคำของคุณที่อยู่ในหน้า search engine

คนที่ประสบความสำเร็จผ่านการลงโฆษณาออนไลน์ หรือลงโฆษณากับ Facebook นั้น มีความแตกต่างกับคนที่ล้มเหลวเป็นอย่างสิ้นเชิง ในงบประมาณลงโฆษณาเท่ากัน คนหนึ่งอาจจะลงแค่วันละ 300 บาทก็สามารถหาเงินได้หลายหมื่นต่อวันแล้ว แต่ในขณะเดียวกันบางคนลงโฆษณาหลากหลายพันบาท แต่กลับได้ลูกค้าเพียงแค่หย่อมเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะหลังที่ค่าโฆษณาแพงหูฉี่ขนาดนี้ การหยุดนิ้วโป้งของลูกค้าให้หยุดอยู่กับโฆษณาของคุณ และเปลี่ยนผู้เข้าชมแฟนเพจหรือเว็บไซต์ของคุณเป็นลูกค้าให้ได้นั้น เป็นเทคนิคที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สมัยก่อนเราอาจจะใช้รูปหรือแคปชั่นที่ก๊อปปี้กันไปมาตามบริษัทเจ้าของแบรนด์ อาจจะเติมคำพูดโดยโปรโมชั่นอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็สามารถลงโฆษณาให้ลูกค้ากดคลิกเข้ามาดูได้แล้ว แต่สมัยนี้ต้องบอกเลยว่า มันไม่ง่ายอย่างนั้นแล้วนะเจ้านาย

สิ่งที่คุณจะต้องเข้าใจเป็นอย่างมากก็คือความสัมพันธ์ระหว่างคนขายกับลูกค้าคุณจะต้องทำ Content ที่โดนใจคนอ่าน เขียนอะไรก็ได้ที่ลูกค้าของคุณอยากอ่าน เขียนอะไรก็ได้ที่ทำให้ลูกค้าของคุณอยากคลิกเข้ามาดูต่อ ถ้ายกตัวอย่างก็อาจจะเช่นพวกบริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต ที่มักจะมีการเคลมหรืออธิบายให้เห็นว่า ถ้าคุณทำประกันแล้วมันมีข้อดีอย่างไร ชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างไร นั่นแหละคือหลักการโฆษณาในสมัยนี้ พูดง่ายๆว่าพยายามเขียนให้ลูกค้าฉุกคิด หรือให้รู้สึกเอะใจกับข้อความของคุณนั่นเอง

เอาล่ะเราลองมาดู เทคนิคเบื้องต้นที่คุณจะต้องรู้ในการทำการตลาดออนไลน์ในสมัยนี้ แล้วลองดูซิว่าคุณลงโฆษณาหรือคุณเขียนข้อความได้ถูกใจลูกค้ามากแค่ไหน

1 รูปต้องดี

อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกเราว่ากันเอารูปภาพจากเจ้าของแบรนด์ มาลงกันตรงๆเลยเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ผลแล้ว ดังนั้นสกิลที่คุณต้องมีก็คือการฝึกถ่ายรูป ถ้าคุณฝึกถ่ายรูปไม่ได้ก็ต้องเรียนรู้ที่จะจ้างคนที่จะถ่ายรูปให้กับแบรนด์ของคุณ ฝึกถ่ายรูปกันนิดๆหน่อยๆเดี๋ยวนี้กล้องมือถือก็ถ่ายรูปได้สวยมากแล้ว เรียนรู้ที่จะหาจุดตัด 9 ช่อง หาความสัมพันธ์ว่าถ่ายยังไงถึงจะโดนลูกค้า ทำทดสอบ A B Test ไม่นานเมื่อคุณถ่ายรูปเองได้ดี ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้นมาก อีกทั้งยังทำให้คุณประหยัดค่าจ้างจากกล้องไปเยอะอีกด้วย

และนอกจากรูปภาพแล้ว ถ้าเหนื่อยก็จะเรียนรู้ก็เรียนรู้เรื่องการถ่ายวีดีโอ ตัดต่อ VDO Content โปรแกรมก็ง่ายใช้โปรแกรมจากมือถือนี่แหละ เดี๋ยวนี้เจ้าของแบรนด์หลายคนก็มาตัดต่อวิดีโอเองกันเยอะไป ซึ่งก็จะเป็นจุดยึดสายตาให้ลูกค้ามองโฆษณาของคุณและกดคลิกเข้ามาดู เป็นการเพิ่ม reach ให้สูงขึ้น

2 หัวข้อต้องผ่านการคิดมาอย่างดี

จะลงโฆษณาเสียเงินทั้งทีไม่ใช่ว่าลงอะไรก็จะขายได้นะ หัวข้อโฆษณาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่จะหยุดสายตาของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ถ้าเกิดหัวข้อดีอ่านบรรทัดแรก 2 บรรทัดแรกแล้วโดน นั่นแหละที่จะทำให้ลูกค้ากด see More เพิ่มเติม

ถ้าคุณยังนึกไม่ออกว่าหัวข้อที่ดีเป็นอย่างไร ให้คุณลองดูหนังสือในร้านหนังสือ บางเรื่องแม้ว่าเนื้อหาข้างในจะดูเป็นเรื่องง่ายๆไม่น่าอ่าน ดูยังไงก็ไม่น่าจะขายได้สักเท่าไหร่นัก แต่ก็กลับขายดีติดอันดับ Top Ten นั่นก็เพราะว่าชื่อหนังสือชวนให้คนได้เปิดดู ในทางกลับกัน หนังสือบางเล่มมีเนื้อหาที่ดีมีความละเอียด ให้ความรู้ได้แบบสุดยอด แต่กลับวางขายอยู่อย่างนั้นขายยังไงก็ขายไม่ออก นั่นก็เพราะว่าชื่อเรื่องไม่น่าเข้าไปเปิดอ่านนั่นเอง เช่นเดียวกันกับการโฆษณา ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ของคุณจะดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคุณคิดชื่อหัวข้อในการทำโฆษณาไม่ได้ ก็เท่ากับว่าคุณทำเงินหายไปไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

ในเรื่องวิธีการเขียน Title ให้น่าสนใจนั้น ยังมีเคล็ดลับอยู่มากมาย ซึ่งเราจะขอนำไว้ไปพูดในบทความหน้านะครับ

3 เนื้อหาต้องดีด้วย

ภาษาไทยเป็นภาษาที่สามารถสื่อสารได้แบบ เข้าถึงอารมณ์ สามารถเลือกใช้คำศัพท์ได้หลากหลายในแต่ละบริบท แต่คุณรู้ไหมว่า คนส่วนใหญ่มักจะชอบอ่านอะไรที่มันง่าย ลองนึกถึงการ์ตูนกับหนังสือเรียน คุณต้องเขียนอย่างไรก็ได้ให้เป็นหนังสือการ์ตูน เนื้อหาเดียวกันหนังสือการ์ตูนจะเขียนออกมาได้น่าสนใจ ใช้คำศัพท์ง่ายๆ เข้าใจได้ง่าย ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เนื้อหาในนั้นจะต้องโดนใจของคนอ่าน อย่างน้อย 3 บรรทัดแรก จะต้องดึงดูดให้คนอ่านได้อ่านบรรทัดต่อๆไปของคุณจนจบ

เว็บไซต์ข่าวหลายแห่ง เลือกที่จะใช้ Title เป็นคำถามประโยคปลายเปิด บางครั้งคุณจะสังเกตุว่าเมื่อเข้าไปอ่านข่าวแล้วไม่ได้ตรงกับ Title สักเท่าไหร่เลย มันก็เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะเรียกคนให้เข้ามาอ่านบทความของคุณจนจบได้

สไตล์การเขียนเป็นสิ่งเฉพาะตัวที่จะต้องฝึกฝน ไม่ใช่ว่าวันนี้คุณตั้งใจแล้วคุณจะเขียนออกมาได้ดีเลย ถ้าเมื่อคุณใช้เวลาศึกษาข้อมูลนาน ลงมือทำ และปรับปรุงแก้ไขอยู่สม่ำเสมอ ก็จะทำให้สไตล์การเขียนของคุณออกมาโดดเด่นมากขึ้น

4 เขียนประโยคจบให้ดี

ก็ปูมาตั้งแต่ต้นทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Title Content ดังนั้นจะตั้งใจเขียนประโยคจบให้ดีอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไปจริงไหมล่ะครับ หลังจากที่คุณโน้มน้าวจนผู้อ่านของคุณอยากจะเป็นลูกค้าคุณจริงๆแล้ว ที่นี้ก็ต้องมีเทคนิคในการเร่งรัดกันหน่อยละ หลายบริษัทจะเลือกใช้ เทคนิคเวลา ซึ่งมีกำหนดเวลาในการลดราคา รวมทั้งเทคนิคปริมาณ ที่มีการบอกสินค้าคงคลังเหลือ เหลือเพียงแค่ 3 ชิ้นเพียงเท่านั้นนะ คุณจะซื้อตอนนี้เลยหรือเปล่าล่ะ ถ้าพลาดครั้งนี้อาจจะต้องรออีกนานกว่าของใหม่จะมา

หรือในกรณีที่คุณไม่ได้ขายของแต่คุณต้องการให้มีคนแชร์บทความ อย่างน้อยประโยคจบก็จะต้องเป็นประโยชน์ที่จะทำให้คนอ่านตัดสินใจได้ว่าจะแชร์บทความนั้นหรือไม่ Content นั้นมีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากเพียงใด การสร้าง Content ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผู้อ่านติดตามเว็บไซต์ของคุณ และในกรณีที่คุณขายของไปด้วยสร้างคอนเทนท์ไปด้วย ก็จะทำให้ลูกค้าตกลงของใจในการซื้อสินค้ากับคุณได้ง่ายขึ้นด้วย

การเรียนรู้ในการหยุดสายตาลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญในยุคดิจิตอล ที่ทุกคนล้วนแต่ลงมาทำโฆษณาออนไลน์กันทั้งนั้น ดังนั้นถ้าใครสามารถหยุดสายตาลูกค้าได้มากกว่ากัน ก็จะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดอันร้อนระอุตอนนี้ นอกจากนี้ยังทำให้คุณประหยัดค่าโฆษณา ลงเงินไปน้อยแต่ได้ผลประกอบการน่าพอใจ ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายของคนลงโฆษณาทุกคนอยู่แล้วจริงไหมล่ะครับ