ปัจจุบันโฆษณาเต็มไปทั่วระบบอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเปิดวีดีโอดู เปิด Facebook ดู จะอ่านข่าวก็ยังมีโฆษณามาคั่น ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำการตลาดออนไลน์ ในรูปแบบไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการหยุดนิ้วโป้งลูกค้า ไม่ให้สไลด์ผ่านโฆษณาของคุณ หรือผ่านข้อความที่คุณทำไว้ในเว็บไซต์ ไปได้แบบง่ายๆ เรียกว่าจะทำยังไงให้หยุดสายตาคนให้หยุดกับโฆษณาของคุณ หรือหยุดกับคำโปรยเพียงไม่กี่สิบคำของคุณที่อยู่ในหน้า search engine

คนที่ประสบความสำเร็จผ่านการลงโฆษณาออนไลน์ หรือลงโฆษณากับ Facebook นั้น มีความแตกต่างกับคนที่ล้มเหลวเป็นอย่างสิ้นเชิง ในงบประมาณลงโฆษณาเท่ากัน คนหนึ่งอาจจะลงแค่วันละ 300 บาทก็สามารถหาเงินได้หลายหมื่นต่อวันแล้ว แต่ในขณะเดียวกันบางคนลงโฆษณาหลากหลายพันบาท แต่กลับได้ลูกค้าเพียงแค่หย่อมเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะหลังที่ค่าโฆษณาแพงหูฉี่ขนาดนี้ การหยุดนิ้วโป้งของลูกค้าให้หยุดอยู่กับโฆษณาของคุณ และเปลี่ยนผู้เข้าชมแฟนเพจหรือเว็บไซต์ของคุณเป็นลูกค้าให้ได้นั้น เป็นเทคนิคที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สมัยก่อนเราอาจจะใช้รูปหรือแคปชั่นที่ก๊อปปี้กันไปมาตามบริษัทเจ้าของแบรนด์ อาจจะเติมคำพูดโดยโปรโมชั่นอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็สามารถลงโฆษณาให้ลูกค้ากดคลิกเข้ามาดูได้แล้ว แต่สมัยนี้ต้องบอกเลยว่า มันไม่ง่ายอย่างนั้นแล้วนะเจ้านาย

สิ่งที่คุณจะต้องเข้าใจเป็นอย่างมากก็คือความสัมพันธ์ระหว่างคนขายกับลูกค้าคุณจะต้องทำ Content ที่โดนใจคนอ่าน เขียนอะไรก็ได้ที่ลูกค้าของคุณอยากอ่าน เขียนอะไรก็ได้ที่ทำให้ลูกค้าของคุณอยากคลิกเข้ามาดูต่อ ถ้ายกตัวอย่างก็อาจจะเช่นพวกบริษัทประกันภัย บริษัทประกันชีวิต ที่มักจะมีการเคลมหรืออธิบายให้เห็นว่า ถ้าคุณทำประกันแล้วมันมีข้อดีอย่างไร ชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างไร นั่นแหละคือหลักการโฆษณาในสมัยนี้ พูดง่ายๆว่าพยายามเขียนให้ลูกค้าฉุกคิด หรือให้รู้สึกเอะใจกับข้อความของคุณนั่นเอง

เอาล่ะเราลองมาดู เทคนิคเบื้องต้นที่คุณจะต้องรู้ในการทำการตลาดออนไลน์ในสมัยนี้ แล้วลองดูซิว่าคุณลงโฆษณาหรือคุณเขียนข้อความได้ถูกใจลูกค้ามากแค่ไหน

1 รูปต้องดี

อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนแรกเราว่ากันเอารูปภาพจากเจ้าของแบรนด์ มาลงกันตรงๆเลยเดี๋ยวนี้มันไม่ได้ผลแล้ว ดังนั้นสกิลที่คุณต้องมีก็คือการฝึกถ่ายรูป ถ้าคุณฝึกถ่ายรูปไม่ได้ก็ต้องเรียนรู้ที่จะจ้างคนที่จะถ่ายรูปให้กับแบรนด์ของคุณ ฝึกถ่ายรูปกันนิดๆหน่อยๆเดี๋ยวนี้กล้องมือถือก็ถ่ายรูปได้สวยมากแล้ว เรียนรู้ที่จะหาจุดตัด 9 ช่อง หาความสัมพันธ์ว่าถ่ายยังไงถึงจะโดนลูกค้า ทำทดสอบ A B Test ไม่นานเมื่อคุณถ่ายรูปเองได้ดี ก็จะทำให้ขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้นมาก อีกทั้งยังทำให้คุณประหยัดค่าจ้างจากกล้องไปเยอะอีกด้วย

และนอกจากรูปภาพแล้ว ถ้าเหนื่อยก็จะเรียนรู้ก็เรียนรู้เรื่องการถ่ายวีดีโอ ตัดต่อ VDO Content โปรแกรมก็ง่ายใช้โปรแกรมจากมือถือนี่แหละ เดี๋ยวนี้เจ้าของแบรนด์หลายคนก็มาตัดต่อวิดีโอเองกันเยอะไป ซึ่งก็จะเป็นจุดยึดสายตาให้ลูกค้ามองโฆษณาของคุณและกดคลิกเข้ามาดู เป็นการเพิ่ม reach ให้สูงขึ้น

2 หัวข้อต้องผ่านการคิดมาอย่างดี

จะลงโฆษณาเสียเงินทั้งทีไม่ใช่ว่าลงอะไรก็จะขายได้นะ หัวข้อโฆษณาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่จะหยุดสายตาของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ถ้าเกิดหัวข้อดีอ่านบรรทัดแรก 2 บรรทัดแรกแล้วโดน นั่นแหละที่จะทำให้ลูกค้ากด see More เพิ่มเติม

ถ้าคุณยังนึกไม่ออกว่าหัวข้อที่ดีเป็นอย่างไร ให้คุณลองดูหนังสือในร้านหนังสือ บางเรื่องแม้ว่าเนื้อหาข้างในจะดูเป็นเรื่องง่ายๆไม่น่าอ่าน ดูยังไงก็ไม่น่าจะขายได้สักเท่าไหร่นัก แต่ก็กลับขายดีติดอันดับ Top Ten นั่นก็เพราะว่าชื่อหนังสือชวนให้คนได้เปิดดู ในทางกลับกัน หนังสือบางเล่มมีเนื้อหาที่ดีมีความละเอียด ให้ความรู้ได้แบบสุดยอด แต่กลับวางขายอยู่อย่างนั้นขายยังไงก็ขายไม่ออก นั่นก็เพราะว่าชื่อเรื่องไม่น่าเข้าไปเปิดอ่านนั่นเอง เช่นเดียวกันกับการโฆษณา ถึงแม้ผลิตภัณฑ์ของคุณจะดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคุณคิดชื่อหัวข้อในการทำโฆษณาไม่ได้ ก็เท่ากับว่าคุณทำเงินหายไปไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

ในเรื่องวิธีการเขียน Title ให้น่าสนใจนั้น ยังมีเคล็ดลับอยู่มากมาย ซึ่งเราจะขอนำไว้ไปพูดในบทความหน้านะครับ

3 เนื้อหาต้องดีด้วย

ภาษาไทยเป็นภาษาที่สามารถสื่อสารได้แบบ เข้าถึงอารมณ์ สามารถเลือกใช้คำศัพท์ได้หลากหลายในแต่ละบริบท แต่คุณรู้ไหมว่า คนส่วนใหญ่มักจะชอบอ่านอะไรที่มันง่าย ลองนึกถึงการ์ตูนกับหนังสือเรียน คุณต้องเขียนอย่างไรก็ได้ให้เป็นหนังสือการ์ตูน เนื้อหาเดียวกันหนังสือการ์ตูนจะเขียนออกมาได้น่าสนใจ ใช้คำศัพท์ง่ายๆ เข้าใจได้ง่าย ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เนื้อหาในนั้นจะต้องโดนใจของคนอ่าน อย่างน้อย 3 บรรทัดแรก จะต้องดึงดูดให้คนอ่านได้อ่านบรรทัดต่อๆไปของคุณจนจบ

เว็บไซต์ข่าวหลายแห่ง เลือกที่จะใช้ Title เป็นคำถามประโยคปลายเปิด บางครั้งคุณจะสังเกตุว่าเมื่อเข้าไปอ่านข่าวแล้วไม่ได้ตรงกับ Title สักเท่าไหร่เลย มันก็เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่จะเรียกคนให้เข้ามาอ่านบทความของคุณจนจบได้

สไตล์การเขียนเป็นสิ่งเฉพาะตัวที่จะต้องฝึกฝน ไม่ใช่ว่าวันนี้คุณตั้งใจแล้วคุณจะเขียนออกมาได้ดีเลย ถ้าเมื่อคุณใช้เวลาศึกษาข้อมูลนาน ลงมือทำ และปรับปรุงแก้ไขอยู่สม่ำเสมอ ก็จะทำให้สไตล์การเขียนของคุณออกมาโดดเด่นมากขึ้น

4 เขียนประโยคจบให้ดี

ก็ปูมาตั้งแต่ต้นทางแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Title Content ดังนั้นจะตั้งใจเขียนประโยคจบให้ดีอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไปจริงไหมล่ะครับ หลังจากที่คุณโน้มน้าวจนผู้อ่านของคุณอยากจะเป็นลูกค้าคุณจริงๆแล้ว ที่นี้ก็ต้องมีเทคนิคในการเร่งรัดกันหน่อยละ หลายบริษัทจะเลือกใช้ เทคนิคเวลา ซึ่งมีกำหนดเวลาในการลดราคา รวมทั้งเทคนิคปริมาณ ที่มีการบอกสินค้าคงคลังเหลือ เหลือเพียงแค่ 3 ชิ้นเพียงเท่านั้นนะ คุณจะซื้อตอนนี้เลยหรือเปล่าล่ะ ถ้าพลาดครั้งนี้อาจจะต้องรออีกนานกว่าของใหม่จะมา

หรือในกรณีที่คุณไม่ได้ขายของแต่คุณต้องการให้มีคนแชร์บทความ อย่างน้อยประโยคจบก็จะต้องเป็นประโยชน์ที่จะทำให้คนอ่านตัดสินใจได้ว่าจะแชร์บทความนั้นหรือไม่ Content นั้นมีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากเพียงใด การสร้าง Content ที่มีประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ผู้อ่านติดตามเว็บไซต์ของคุณ และในกรณีที่คุณขายของไปด้วยสร้างคอนเทนท์ไปด้วย ก็จะทำให้ลูกค้าตกลงของใจในการซื้อสินค้ากับคุณได้ง่ายขึ้นด้วย

การเรียนรู้ในการหยุดสายตาลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญในยุคดิจิตอล ที่ทุกคนล้วนแต่ลงมาทำโฆษณาออนไลน์กันทั้งนั้น ดังนั้นถ้าใครสามารถหยุดสายตาลูกค้าได้มากกว่ากัน ก็จะทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดอันร้อนระอุตอนนี้ นอกจากนี้ยังทำให้คุณประหยัดค่าโฆษณา ลงเงินไปน้อยแต่ได้ผลประกอบการน่าพอใจ ซึ่งนั่นเป็นเป้าหมายของคนลงโฆษณาทุกคนอยู่แล้วจริงไหมล่ะครับ

Comments are closed.